ปชส.นครปฐมจัดเสวนา ? ผู้นำศาสนาภาคใต้สันติสุข ?

         เวลา ๐๙.๐๐น. (4 ก.ค. 55) สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม จัดเสวนา “ผู้นำศาสนาภาคใต้สันติสุข” ตามโครงการศาสนาความจริงที่ต้องเปิดเผย เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี ๒๕๕๕ ณ ห้องประชุมชั้น ๓ ศาลากลางจังหวัดนครปฐม โดยมีอิหม่าม อัศวิน  อายุเคน มัสยิดปากีสตาน จังหวัดนครปฐม และอาจารย์ญาณภัทร  ยอดแก้ว ผู้ช่วยคณบดี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มาเป็นวิทยากร มีสื่อมวลชน นักศึกษา ข้าราชการ และประชาชน เข้าร่วมรับฟังการเสวนากว่า ๔๐ คน

            นายนรกิจ  ศรัทธา ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม เปิดเผยว่า  รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี (นางสาวยิ่งลักษณ์  ชิณวัตร) ได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เป็นนโยบายเร่งด่วนโดยกำหนดเป้าหมาย “จะเร่งนำสันติสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนกลับมาสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” โดยน้อมนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ”  เป็นหลักปฏิบัติในแนวทางสันติวิธี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการประชาสัมพันธ์ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม จึงจัดเสวนา”ผู้นำศาสนาภาคใต้สันติสุข” ครั้งนี้ขึ้น  ในวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๕ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ณ ห้องประชุมชั้น ๓ ศาลากลางจังหวัดนครปฐม  เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาล  ในการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือในทุกภาคส่วนกับประชาชนในพื้นที่ และเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจในหลักคำสอนของศาสนาพุทธและศาสนาอิสลามที่ถูกต้องแก่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครปฐมให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น การเสวนาครั้งนี้จึงมีการถ่ายทอดสดทั้งภาพและเสียงทางอินเตอร์เน็ต และเครือข่ายสถานีวิทยุชุมชนกว่า ๘ สถานี
            อิหม่าม อัศวิน  อายุเคน มัสยิสปากีสตาน จังหวัดนครปฐม กล่าวว่า  หลักคำสอนของศาสนาอิสลามมีหลักใหญ่ ๆ อยู่ ๕ ประการ ประกอบด้วย ๑. ต้องมีการปฏิญาณตน ๒. การละหมาดวันหนึ่ง ๕ เวลา คือ ตีห้า บ่ายโมง สี่โมงครึ่ง ก่อนดวงอาทิตย์ตก และสองทุ่มขึ้นไป ๓. สะกาดหรือการบริจาคนั่นเอง ๔. การถือศีลอด เป็นเวลา ๑ เดือน และ ๕. การทำพิธีฮัจญ์ หรือการแสวงบุญที่เราเคยได้ยินได้ฟัง ซึ่งถือเป็นความฝันอันสูงสุดของพี่น้องมุสลิม นอกจากนี้ อิหม่าม อัศวิน อายุเคน กล่าวต่อไปว่า หลักสำคัญของการอยู่ร่วมกันในสังคมให้เกิดสันติสุข คือ การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน และการให้อภัย การปฏิบัติตนที่ดี เริ่มที่ตัวเราก่อน ต่อจากนั้นก็เป็นครอบครัว หมู่บ้าน ตำบล จังหวัด
        าจารย์ญาณภัทร  ยอดแก้ว  ผู้ช่วยคณบดี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม กล่าวว่า พุทธศาสนาเป็นสัจธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงเห็นแจ้งและแสดงแก่เวไนยสัตว์ทั้งหลาย พร้อมทั้งแสดงวิธีการที่จะทำให้ผู้สดับได้เข้าถึงสัจธรรมนั้นด้วยภาวะแห่งการ “ รู้แจ้งเห็นจริง” ศิลปะการดำเนินชีวิตนั้นคือ “ความไม่ประมาท” ซึ่งหมายถึงการมีสติ ระลึกรู้อยู่กับปัจจุบัน  “แก่นธรรม”ที่สามารถทำให้เข้าใจและนำไปสู่การปฏิบัติจริงได้นั้นโดยสรุป มีดังนี้
            ๑.เป้าหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา คือ นิพพาน หมายถึง ความดับทุกข์โดยสิ้นเชิง
          ๒.ชีวิตมนุษย์ประกอบด้วยรูปนาม หรือ ขันธ์ ๕ (รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ)ธรรมชาติของชีวิตเป็นไปตามกฎไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
          ๓.เมื่อชีวิตเป็นทุกข์และภาวะความดับทุกข์มีอยู่จริง การเข้าสู่กระบวนการที่จะเข้าถึงภาวะความดับทุกข์จึงเป็นสิ่งที่พุทธบริษัททั้งหลายพึงดำเนินตาม โดยตระหนักว่าเป็นหน้าที่ของชาวพุทธโดยแท้
            ๔.กระบวนการสู่ความดับทุกข์นั้น มีขั้นตอนคือ ขั้นศึกษาเรียนรู้ ขั้นฝึกฝนปฎิบัติ ลงมือทำ และขั้นได้รับผลเข้าถึง บรรลุธรรม
            ๕.แก่นสำคัญของการดับทุกข์ คือ การฝึกฝน “สติ” ซึ่งอีกนัยหนึ่งคือ ความไม่ประมาท
           ๖.การฝึกฝนสติเชิงปฏิบัติการนั้น เริ่มต้นด้วย “ศีล” จากนั้นก็ควบคุมจิตใจให้มี “สมาธิ” และการฝึกฝนสติขั้นสูงโดยการ “ตามดูรู้เห็นกายใจ หรือรูปธรรม” จนสามารถยกระดับจิตสู่วิถีแห่งปัญญา รู้สึกตัว  รู้เท่าทัน รู้ป้องกัน รู้แก้ไข เห็นแจ้งในสัจธรรมในที่สุด คือ “ไตรสิกขา” ซึ่งเป้าหมายสูงสุดคือ “นิพพาน” นั่นเอง
.....................................
ชุติมา ลีนุกูล/ภาพ : พิสิษฐ์ เชาวน์เจริญวุฒ/ข่าว
 

Counter

  • ตัวนับเว็บไซต์2,754,114
  • ไอพีของคุณ54.161.45.156
  • เริ่มเมื่อ01 Jun 2014
    Twitter icon
    Facebook icon
    YouTube icon
    RSS icon