บทสรุปแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

                    นายนรกิจ ศรัทธา ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม เปิดเผยว่า แผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำจะดำเนินการในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาก่อน เนื่องจากเป็นพื้นทีที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยมากที่สุด ซึ่งประกอบด้วย ๘ แผนงาน ได้แก่ ๑)แผนงานฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าและระบบนิเวศ ๒)แผนงานบริหารจัดการเขื่อนเก็บน้ำหลักและการจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำของประเทศประจำปี ๓)แผนงานฟื้นฟูและปรับปรุงแระสิทธิภาพสิ่งก่อสร้างเดิมหรือตามแผนที่วางไว้ ๔)แผนงานพัฒนาคลังข้อมูล ระบบพยากรณ์และเตือนภัย ๕)แผนงานเผชิญเหตุเฉพาะพื้นที่ ๖)แผนงานกำหนดพื้นที่รับน้ำนองและมาตรการเยียวยา ๗)แผนงานปรับปรุงองค์กรเพื่อบริหารจัดการน้ำ และ ๘)แผนงานสร้างความเข้าใจ การยอมรับ และการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการอุทกภัยขนาดใหญ่ของทุกภาคส่วน

                     วัตถุประสงค์ของแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำ เพื่อป้องกัน บรรเทาและลดความเสียหายจากอุทกภัย ปรับปรุงประสิทธิภาพระบบป้องกันน้ำท่วม บริหารจัดการอุทกภัยในยามคับขัน และสร้างความมั่นใจมั่นคง เพิ่มรายได้ประชาชนและประเทศ บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ดินและป่าไม้ให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายระยะสั้น ได้แก่ การลดระดับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากอุทกภัยจากอุทกภัยในปี ๒๕๕๕ ระยะยาว ได้แก่ การปรับระบบการบริหารจัดการอุทกภัยอย่างบูรณาการและยั่งยืน

                     เพื่อให้การดำเนินการโครงการฯ เป็นไปตามที่กฎหมาย ระเบียบ และรัฐบาลได้จัดทำยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยขึ้น ในกรอบวงเงินงบประมาณ ๓.๕ แสนล้านบาท ภายใต้ชื่อ “โครงการเพื่อออกและก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย” ซึ่งมีคณะกรรมการหลักเกณฑ์ที่กำหนด และมติคณะรัฐมนตรีในคราวการประชุมเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๖ วันที ๒ กรกฏาคม ๒๕๕๖ และวันที่ ๙ กรกฏาคม ๒๕๕๖ จึงมีมติเห็นชอบให้มีกระบวนการในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากพื้นที่ที่กำหนดในการก่อสร้างระบบบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งกระบวนการการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยมีสถาบันการศึกษา ผู้แทนภาคเอกชน เครือข่ายภาคประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมด้วย ซึ่งคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ (กบอ.) ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน (อปร.)ขึ้น โดยมีรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (นายกมล  สุขสมบูรณ์) เป็นประธาน มีรองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ (นายประวิน  พัฒนะพงษ์) เป็นกรรมการ กำหนดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ที่มีผลกระทบต่อการดำเนินโครงการ ตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๕๖ เป็นต้นไป โดยจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ๑๗ ลุ่มน้ำ ในพื้นที่ ๓๖ จังหวัด เพื่อมุ่งเน้นให้ประชาชนเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและรวบรวมความคิดเห็น ความเดือดร้อนและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่ประชาชนในพื้นที่ที่ดำเนินการและให้เป็นไปตามกฏหมายและระเบียบกำหนด

----------------------------------------

                                           นายพิสิษฐ์  เชาวน์เจริญวุฒิ/ข่าว/๑๔ พ.ย. ๕๖

Counter

  • ตัวนับเว็บไซต์2,547,226
  • ไอพีของคุณ54.196.215.69
  • เริ่มเมื่อ01 Jun 2014
    Twitter icon
    Facebook icon
    YouTube icon
    RSS icon