หอการค้าจังหวัดนครปฐมจัดกิจกรรมโยนกล้าข้าวลงแปลงนา ตามโครงการ 1 ไร่ 1 แสน

            หอการค้าจังหวัดนครปฐมจัดกิจกรรมโยนกล้าข้าวลงแปลงนาสาธิต ตามโครงการ 1 ไร่ 1 แสน เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ในพื้นที่จริงจากกลุ่มเครือข่ายผู้นำทางการเกษตรกรที่ประสบผลสำเร็จ ให้เกษตรนำไปทดลองปฏิบัติ

            วันที่ 4 มิถุนายน 2558 ที่บริษัท สยามแฮนด์ส จำกัด อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานโยนกล้าข้าวลงแปลงนาสาธิต ตามโครงการ 1 ไร่ 1 แสน โดยหอการค้าจังหวัดนครปฐม จัดขึ้นเพื่อสร้างต้นแบบการทดลอง การปฏิบัติในพื้นที่จริงจากกลุ่มเครือข่ายผู้นำทางการเกษตรที่ประสบผลสำเร็จ ให้เป็นผู้ถ่ายทอดประสบการณ์ในการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยใช้กระบวนการทำการเกษตรแบบผสมผสานด้วยระบบอินทรีย์ ลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีและยาปราบศัตรูพืช สามารถสร้างต้นแบบและองค์ความรู้ให้เกษตรกรในชนบทได้นำไปทดลองปฏิบัติ เป็นการยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดีขึ้น ตลอดจนส่งผลต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

              ดร.วิชาญ จำปาขาว รองประธานหอการค้าจังหวัดนครปฐม ฝ่ายเกษตรกรรม กล่าวว่า จากสภาพปัญหาความเหลื่อมล้ำของรายได้ระหว่างประชาชนในชนบทและประชาชนในเมือง ซึ่งนับวันยิ่งแตกต่างกันมากขึ้น ทั้งนี้เป็นผลมาจากโครงการสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศที่มุ่งเน้นการผลิตเพื่อการส่งออก ส่วนการพัฒนาประเทศให้ความสำคัญกับการแข่งขันของภาคธุรกิจเป็นหลัก ในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงเป็นสังคมเกษตรกรรม ที่มีรายได้ไม่สมดุลกับค่าครองชีพ แม้ว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา ภาครัฐจะส่งเสริมให้มีการลงทุนในส่วนภูมิภาค เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ไปยังพื้นที่ต่างๆ แต่ยังไม่สามารถลดช่องว่างของรายได้มากนัก จากปัญหาดังกล่าว หอการค้าไทยจึงได้มีการจัดโครงการ 1 ไร่ 1 แสน เป็นการทำเกษตรที่ประยุกต์หลักเกษตรทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาใช้ในพื้นที่ 1 ไร่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเน้นการพึ่งตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีขั้นตอนตั้งแต่การเตรียมวัสดุทำจุลินทรีย์ การปรับพื้นที่รับน้ำรอบแปลง และการเตรียมอุปกรณ์เพาะกล้านาโยน การเตรียมพันธุ์ปลา และเตรียมวัสดุทำน้ำจุลินทรีย์เกษตรสรรพสิ่ง เพื่อสร้างแพลงก์ตอนให้กับแปลงเพาะปลูก ซึ่งสามารถนำมาใช้ทำประโยชน์ในการปลูกพืชได้มากชนิดแบบเกื้อกูลกัน อาทิ ระหว่างปลูกข้าวในดินโคลนท้องนาใช้ผลิตอาหารปลาแบบได้ประโยชน์ทั้งปลาและต้นข้าว โดยใช้ส่วนแบ่งของสรรพสิ่งไปย่อยสลายโคลน ทำให้โคลนเป็นอาหารของปลา และเป็นอาหารของต้นข้าว นอกจากนี้ใช้ระบบปลูกข้าวด้วยการให้ข้าวขยายกอ ซึ่งเกิดจากการดูแลการแตกกอต้นกล้าจากเมล็ดพันธุ์เพียงหนึ่งเมล็ดเท่านั้น ข้าวกอหนึ่งจะให้ผลผลิตสูงกว่า 500 กรัม โดยพื้นที่ 1 ไร่ ก็จะได้ข้าวไม่ต่ำกว่า 2.5 ตันขึ้นไป

                สามารถชมภาพกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊คสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม  https://www.facebook.com/media/set/?set=a.654686754633326.1073742460.246...

 

 

 

Twitter icon
Facebook icon
YouTube icon
RSS icon